วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

มาลี บูล ฮัท(2)


(1)
แด่เธอ...ผู้หญิง

ช่วงเวลาความบังเอิญของเราหมุนมาซ้อนทับกันอีกครั้ง
คนหนึ่งเดินเข้า อีกคนเดินออก
เพียงชั่วเสี้ยวเวลา หัวใจเราสั่นไหว
ตาประสานกัน แล้วต่างก้มต่ำ ลุบลง
ผ่านไป เลี้ยวหลังมอง เดินจากไป

หากบางส่วนของชีวิตเราตรงกันคงได้พบเจอกันใหม่
เราควรทำความรู้จักเธอและเป็นเพื่อนกันใช่ไหม
ในเมื่อความชอบของสองเราตรงกัน การพูดคุยคงภาษาเดียวกัน
หรือสร้างช่องว่าง ห่างไกลกว่าเดิม เพราะกลัวใจกันและกัน



(2)
แด่เขา...ผู้ชาย

บนถ้อยคำตัวอักษรของหนังสือ
ปรากฏเรื่องราวของเธออยู่บนนั้น
ความห่างไกลของเราอยู่ใกล้กัน
เพิ่มความหวั่นสะเทือนไหวให้ตัวเรา

ความรักที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
เป็นเพียงสิ่งสร้างสรรค์ใช่หรือไม่
ความรู้สึกสองฝ่ายจริงเช่นไร
มองดวงใจผ่านดวงตาไม่อาจเจอ



(3)
แด่เรา

ความรู้สึกล่องลอยที่วกวน
การรำลึกนึกถึงอยากสานต่อ
อาจหยุดไว้กับเวลาแล้วเฝ้ารอ
การร้องขอให้คนเก่าอยู่ต่อไป

ปล. (1) โชคชะตาเล่นตลกทำให้เราได้มาเจอกันที่ สสส.อีกหน
(2) ชอบ the bridge of madison county เล่มนี้จัง "เพราะเราต่างคนโคจรไปๆ มาๆ ในจักรวาลอันเวิ้งว้างดุจฝุ่นผงที่เล็กจนมองแทบไม่เห็น" รูปเอามาเวบไซต์
(3) จิตใจของเรา เล่นกลกลับกลอกไปมาจนน่ากลัว

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มาลี บูล ฮัท



อีกฟากฝั่ง ด้านหลังของฝั่งเมือง
เสียงเรือเล็กแล่น
คลื่นน้ำกระทบชะง่อนผา
แสงไฟร่ำไรเรืองแสงด้านหน้า
มาลีบูล ฟากนี้กำลังจากไป
เก็บไว้เป็นเพียงไม้ไผ่แห่งความหลัง
ความรักเก่าเก่าที่ผุพัง
ควาญหาคนใหม่มาแทน
เกมส์ หากเป็นเพียงแค่เกมส์
บอกความใส สนุกสนาน
หรือซ่อนความหมายโดยนัยแฝงอยู่
ชายหนุ่มผู้ซึ่งจากมาให้มอง
รอคอยเขาเดินจากไป
ใยรอคอย ทั้งที่ไม่เคยจะกลับมา
ปล. ภาพจากพี่เจน

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กิตติกรรมประกาศ

เมื่อการเดินทางของบัณฑิตอาสาสมัครสิ้นสุดลง สารนิพนธ์ผ่านพ้น เราคงต้องร่ำลาแล้วเริ่มต้นเดินทางอีกครั้งกับการเปลี่ยนแปลงผู้คนที่พบเจอ ^^

กิตติกรรมประกาศเราขอขอบคุณ ... ขอยกมาไว้ในที่นี้ด้วย...

"สารนิพนธ์เล่มนี้ ผู้ศึกษาทำด้วยความตั้งใจที่อยากถ่ายทอดเรื่องราว การทำงานในโครงการที่ผู้ศึกษาเลือกด้วยความเชื่อ ความฝัน และชีวิตการเป็นบัณฑิตอาสาสมัคร หากสารนิพนธ์เล่มนี้สามารถก่อเกิดประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ผู้ศึกษาขอมอบเป็นคำขอบคุณให้แด่...
ท่านอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ผู้ทำให้บัณฑิตอาสาสมัครเข้าใจ “ความจริง ความงาม และความดี” ได้อย่างอ่อนโยนขึ้น ขอบคุณคำสอนการเสียสละที่สำคัญ การเสียสละในการอดทน อดกลั้นต่อความไม่พึงพอใจ และความไม่คุ้นเคยเพื่อนำไปสู่ความแปลกใหม่
อาจารย์วิลาวัณย์ ภมรสุวรรณ อาจารย์ที่ปรึกษาและกรรมการสอบ ผู้คอยชี้แนะ สอนแนวทางการใช้ชีวิต ทัศนคติ การทำงานในชุมชน ตลอดจนคำแนะนำในการเขียนสารนิพนธ์ งานวิชาการที่ใช้ต่อได้ในอนาคต อาจารย์ทำให้บอ. รู้สึกว่า ต้องสู้! แล้วเราก็ยิ้มได้อย่างเต็มภาคภูมิ
อาจารย์ประจำสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร และพี่ๆ นักวิชาการ ผู้มอบบทเรียนสำหรับพวกเราก่อนลงพื้นที่ ให้พวกเราฉุกคิดได้คนละนิดคนละหน่อย เผื่อวันดีดี ท้อท้อ เราได้เข้าใจได้มากขึ้น
หลวงพ่อโต้ง หลวงพ่อสังคม ป้าน้อย พี่จ็อก พี่ยุทธ์ นักเรียนโฮมสคูล แม่แดง พ่อต๋าและชาวบ้านอมลองทุกคนที่หยิบยื่นโอกาสในการเรียนรู้ ฝึกฝนตนเองร่วมกับงาน ช่วงเวลา 7 เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างมีสีสันและประทับไว้ในความทรงจำ
ขอกราบขอบพระคุณเตี่ย แม่ และครอบครัว ที่ให้โอกาสสาวน้อยคนนี้ผจญโลกกว้าง ตามหาความหมาย ระยะทางห่างไกลแต่พวกเราใกล้กันมากกว่าเดิม ณ ตอนนี้สายตาเด็กน้อยคนนี้มองเห็นความรักอยู่ในการกระทำมากมาย
เพื่อนบัณฑิตอาสาสมัคร และกัลยาณมิตรทุกท่าน เมื่อเราพบเจอกัน บทสนทนาเงียบ กังวานก้องอยู่ภายใน แลกเปลี่ยนแล้วหายไป เมื่อพ้องเพื่อนเราจากไปเรายังกลับมาเจอกันที่เดิม
สุดท้ายบัณฑิตอาสาสมัครขอขอบคุณการเดินทางที่ไม่รู้จบ ประสบการณ์ต่างๆ ที่พบเจอจากผู้คน หนังสือ เพลง ธรรมชาติ และตัวเอง ให้แก่ผู้ที่ต้องการ"


บัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 40
มิถุนายน 2552

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"เธอคือดวงดาวแห่งความอ่อนไหว"
ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ

ใจอ่อนเยาว์เจ้าอ่อนไหว ฝันแห่งวัยเหมือนไกลเกินจริง

เหนื่อยอ่อนล้าศรัทธาอย่าทิ้ง รักให้จริง ทุกสิ่งที่ฝัน


ลงมือทำในสิ่งหวังมีพลังกายใจทุ่มเท

ทางสับสนจนสุดคะเนอย่าลังเลพ่ายใจตัวเอง

เหน็ดเหนื่อยเพียงไหน...ขอดวงใจอย่ากลัว...

ถ้ากลัวอย่าท้อ...ถ้าท้ออย่าถอย.....

มีดวงตาเฝ้ามองมีมือคอยประคอง...อยู่...เคียงข้างเธอ

มืออ่อนเยาว์เจ้าถากทาง เท้าบอบบางต้องเดินทางไกล

บ่าน้อยๆ แบกหนักเกินไปน้ำใสๆไหลจากดวงตา

ในดวงใจอันปวดร้าวมีดวงดาวทรนง

เหนื่อยอ่อนล้าศรัทธายังคงดำรงแสงแห่งความดีงาม

เจ็บปวดเพียงไหน...ขอดวงใจอย่ากลัว...

ถ้ากลัวอย่าท้อ...ถ้าท้ออย่าถอย.....

มีดวงตาเฝ้ามองมีมือคอยประคอง......อยู่......เคียงข้างเธอ.

ดวงใจวัยเยาว์เธอคือดวงดาวที่งามสดใส อาจจะหวั่นไหว ขอดวงใจอย่ากลัว

ถ้ากลัวอย่าท้อ...ถ้าท้ออย่าถอย....มีดวงตาเฝ้ามอง มีมือคอยประคอง......อยู่......เคียงข้างเธอ



ในวันที่เหนื่อยอ่อนล้า เพลงนี้ช่วยปลอบประโลม ความอ่อนล้า ความท้อแท้ ความกลัวของวัยเยาว์ ดวงใจที่ผ่านการเดินทางได้ไม่นาน ความเข้มแข็งที่ไม่มั่นคง ผ่านวันเวลาต่างๆ ไปได้อย่างดีขึ้น^^

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

ผู้เสียสละ

ที่บอร์ดห้องทำงานพวกเรา มีเพื่อนคนหนึ่งเอามาแป๊ะไว้

"ผมขอบคุณที่พวกคุณเข้ามาเป็นอาสาสมัครเป็นอาสาสมัครขั้นบัณฑิต งานอาสาสมัครเป็นงานที่ทำด้วยใจ ไม่มีใครบังคับไม่มีใครขอร้อง ทำด้วยความเต็มใจ ทำด้วยความเสียสละ
ความเสียสละ ไม่ได้หมายถึงการบริจาคแบ่งปันเท่านั้น การรู้จักอดทน อดลั้นต่อความไม่พึงพอใจ ต่อสิ่งที่ไม่สมประสงค์ เป็นความเสียสละที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่พวกเราควรฝึกให้เกิดขึ้น
การที่คุณเข้ามาเป็นอาสาสมัคร คุณต้องละสิ่งซึ่งคุ้นเคยไปสู่ความแปลกใหม่ คุณทำได้ คุณคือผู้เสียสละแล้ว และถ้าหากคุณสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ นั่นคือสิ่งที่ปรารถนาของผมที่ตั้งโครงการนี้ขึ้นมา"
ป๋วย อึ้งภากรณ์

แล้วสิ่งเหล่านี้ หากไม่ผ่านเจ็ดเดือนคงไม่สัมผัสอย่างเข้าใจ

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

บทความทบทวน

หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ พวกเราบัณฑิตอาสาสมัครเริ่มงานชิ้นใหม่ บทบาทเก่า ด้วยการเขียนสารนิพนธ์ งานที่มากมายจนนึกคิดว่าเป็นภาระ วุ่นวายกับงานไม่พอต้องมานั่งวุ่นวายใจเขียนไม่ได้ ไม่พอใจอีก คล้ายคนแอบประสาทเล็กๆ ทำก็ไม่ได้ เครียด ครั่ง กลุ้มแล้วอ่อนแอ(ซ่อนข้างใน) เราเลยไม่แตะงานชิ้นมาเกือบอาทิตย์กว่า แต่แล้วเช้าวันหนึ่งที่ ส.บอ. มีเพื่อนหมอกออกไปนั่งทำงานที่สวนต้นหิน (ต้นไม้และโต๊ะม้าหิน) เราที่ไม่อยากอะไรสักอย่าง หอบตัวไปด้วย
การอยู่ในที่ที่เปิดโล่ง ทำให้จิตใจเราเบาสบายขึ้นมาก ขอบคุณเพื่อนหมอกที่ช่วยขับไล่หมอกที่ครอบคลุมอยู่ภายในให้หายไปสนิทเป็นปลิดทิ้ง เรายังคงชอบธรรมชาติ

เสียงนกร้องส่งเสียง ดำเนินชีวิตตามหน้าที่ของมัน
มนุษย์ก็คงต้องใช้ชีวิต ดำเนินไปตามหน้าที่ของเราเช่นกัน
ความสวยงามยังมีอยู่ทุกที่บนโลกใบนี้
นกร้อง แมลงบิน มดน้อย
ใบไม้ร่วง ต้นไม้เขียว ผลพวง รากเลื้อย
แสงแดด ไออุ่น ลมพัด
เงาสะท้อนระลอกคลื่นผิวน้ำ
สิ่งเหล่านี้แล้วเราก็เริ่มทำงานได้อีกครั้งอย่างเบาสบาย

การได้อ่านหนังสือช่วงหลังมานี้ การศึกษาทางเลือก งานวิจัยต่างๆ เราได้สร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ จากผู้ผ่านทางก่อนมากมาย ทำให้เรานึกถึง 2 ข้อความที่เราเขียนขึ้นมาในเวลาที่ห่างกัน แต่ราวกับเป็นบทตอบของสิ่งที่เจอ

"สายน้ำหยดหล่นซ่ากระเซ็น จิตใจป่วนกระเด็นหวั่นไหว
ความคิดความฝันเริ่มจากไป หรือย้ำไว้ในจิตคิดทบทวน
ที่จากมายังอยู่ ณ เบ้องหลัง ที่กำลังจากไปไม่อาจหวน
เพราะบางอย่างบอกไว้ให้ทิ้งทวน ใจปั่นป่วนมิอาจบอกถึงสิ่งใด
บ้างย่างก้าวเดินอย่างมุ่งมั่น บ้างยั้งหยุดอยู่เพื่อสังเกต
ทอดสายตามองไปราวย้อนเทป เครื่องบอกเหตุความเก่าที่พร่าเลือน"
ณ ทุ่งป่าสัก วันที่ 8 มีนาคม บ่ายแก่ๆ

"คนใหญ่วัยล่วงที่อยู่หน้า กับความกล้าแกร่งในทุกแห่งหน
ผ่านช่วงวัยความรู้เปลี่ยนผ่านตน ความสับสนแน่วนิ่งกับจุดยืน
กระแสธรรมรากเหง้าของชนผู้ การกินอยู่วิถีที่อาศัย
เปิดพื้นที่คนใหม่ให้ก้าวไกล ความฝันใฝ่มุมมองที่อยากเดิน"
ณ อาศรมวงศ์สนิท วันที่ 26 มีนาคม


ปล. แอบคิดว่าอาศรมวงศ์สนิท = อาศรม+วง+สนิท (วงสนทนาในสถานที่หนึ่งที่ทำให้ผู้แลกเปลี่ยนสนิทกัน) รึเปล่า 555+

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

การศึกษาเพื่อการพัฒนา(ตนเองด้วย)

ตอนนี้โลกเป็นอย่างไรกัน ท่านทั้งหลายช่วยบอกที

"ข้าพเจ้าเข้าใจ(ความไม่พอใจของคนหนุ่มสาวต่อ)โลกที่เราได้สร้างขึ้นมา แต่ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าเราจะสามารถทำให้โลกดีขึ้นโดยการถอนตัวเราออกมา ข้าพเจ้าเข้าใจข้อโต้แย้งของพวกท่านข้อที่ว่า ถ้าท่านเข้าไปมีส่วนร่วม ท่านก็เพียงยืดเวลาการดำรงอยู่ของมันออกไปเท่านั้น ข้าพเจ้าเข้าใจในข้อโต้แย้งของพวกท่านที่ว่า ถ้าท่านเข้าไปมีส่วนร่วม มันก็จะทำให้ท่านฉ้อฉลเช่นเดียวกับมันที่ได้ทำกับเรามาแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ข้อโต้แย้งที่ดี หรือข้อโต้แย้งที่กล้าหาญเลย ทางเดียวที่เราจะทนทานต่อการปฏิบัติอันไร้ความเป็นมนุษย์ที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์หรือที่มนุษย์กระทำต่อสิ่งแวดล้อมของเขาเองได้ ก็คือ ท่านจะต้องกระทำเป็นตัวอย่างให้เห็น โดยชีวิตของท่านต่อมนุษย์ผู้อื่นจะเป็นไปด้วยความเป็นมนุษย์ และให้ความเคารพต่อสถานที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ เป็นการยากที่จะกระทำเช่นนั้นได้ ในขณะที่การกระทำต่อเพื่อนมนุษย์ผู้อื่นและโลกอย่างไม่รับผิดชอบ ย่อมเป็นการง่ายตลอดเวลา..."อดัม เคิล

"โลกภายนอกคือสภาพจิตทั้งหมดของเราที่แสดงให้ปรากฎ หากสภาพภายในของเราถูกฉีกกระชากและแตกสลายด้วยอำนาจของความทะเยอทะยานมากมายแล้ว โลกรอบตัวเราก็ย่อมเป็นเช่นนั้น เมื่อภายในของเราวุ่นวายสับสน โลกภายนอกก็เต็มไปด้วยความขัดแย้งอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นเดียวกัน เพราะไม่มีสันติสุขภายในจิตใจ โลกจึงกลายเป็นสนามสงคราม เราเป็นอย่างไรโลกก็เป็นอย่างนั้น"